กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติก

อนาคตของน้องออทิสติก ใครเป็นคนกำหนด ?

ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัด.....
สมาคมผู้ปกครองบุคคออทิสซึ่มไทย

อะไรคือความต้องการของผู้ปกครองและน้องออทิสติก

-พัฒนาเพื่อให้น้องสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้
-สุขภาพสุขภาวะ
-เข้าถึงสิทธ์ต่างๆ ของ พม. ที่อื่นๆ
-การเข้าถึงการมีงานทำ
-ลูกออทิสติกหรือเด็กพิเศษจะไปต่อได้อย่างไร
เมื่อผู้ปกครองจากโลกนี้ไป ?

เรื่องราวทั้งหมดที่กล่าวมา จำเป็นมั้ย ต้องการหรือไม่
ต้องทำอย่างไร

ท่านคิดว่า เราต้องคุยกับไคร ใครจะรับฟังเรา ใครจะช่วยเราขับเคลื่อน

จากการรวมกลุ่มของพ่อแม่ผู้ปกครองออทิสติกพังงา
ที่ไม่ยอมแพ้ในความกันดาร
เมื่อปี พ.ศ.2553 ก่อตั้ง
“ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก จังหวัดพังงา”
เพื่อเป็นพื้นที่ให้กำลังใจกันและกัน
แลกเปลี่ยนการดูแล และพัฒนาเด็กพิเศษ

 เพื่อให้น้องออทิสติกช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน
และสามารถดำรงชีวิตได้ในสังคม
ปัจจุบัน น้องออทิสติกและเด็กพิเศษเข้าสู่วัยทำงาน
แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถทำงานได้ด้วยตังเอง
หากไม่มีผู้ปกครองคอยช่วยขณะทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน
อีกทั้งยังต้องการสภาวะแวดล้อมที่เข้าใจปลอดภัย
ด้วยต้นทุนของแต่ละคนไม่เท่ากัน(ระดับความรุนแรงไม่เท่ากัน)
เขาต้องการการดูเป็นพิเศษ ทั้งความรัก ความเข้าใจ
กลุ่มผู้ปกครองเด็กพิเศษจึงรวมตัวกัน สร้างงานทีผู้ปกครอง
สามารถทำงานร่วมกันกับเด็กพิเศษ
จูงมือไปด้วยกันด้วยความรักและเข้าใจในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
สร้างรายได้เลี้ยงตนเอง เมื่อถึงวันที่ผู้ปกครองจากโลกนี้ไป
กลุ่มเด็กพิเศษก็ไปต่อได้สภาวะแวดล้อมที่เข้าใจ ปลอดภัย สำหรับเด็กพิเศษ
มีที่อยู่ ที่กิน ที่ทำงาน ที่พัฒนาตนเอง ภายใต้ “AVAUTIS Community”
ที่สนับสนุนโดย บจก.เด็กพิเศษ วิสาหกิจเพื่อสังคม สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิสซึมไทย ภาครัฐ เอกชนเช่น พม. พช. ธ.ธกส โรงแรม The Sarogin , โรงแรม JW-Marriot, บมจ.เอสพีวีไอ คณะการแพทย์บูรณาการ-มทร.ธัญบุรี ,คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม – มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ,JC และ...อื่นๆ

ด้วยความห่างใกล ณ อ.กะปง ต.เหล จ.พังงา จึงทำโครงการ พ่อแม่เป็นครู เพื่อพัฒนาลูกๆเด็กออทิสติก ให้เขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้เช่น อาบน้ำ ขับถ่าย ใส่เสื้อผ้า ทานข้าว เพื่อให้สามารถดำรงในชีวิตประจำวันได้ด้วยตัวเอง

ปรับเปลี่ยนตัวเองจากพ่อแม่ มาเป็นครูของลูก

เป็นอาคารเช่าตั้งแต่ ปี 2553 ถึง 12 ธ.ค. 2563โดยเช่าเดือนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 10 ปี และทำการย้ายเข้า AVAUTIS Community วันที่ 12 ธ.ค. 2563 ถึง ปัจจุบัน

บ้านใหม่ของพวกเรา AVAUTIS Community

โรงเรียน ก็พร้อมให้บริการ
สร้างเองนักเลงพอ

นำความรู้ที่ได้รับการพัฒนาจาก สมคมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกไทย เพื่อกลับมาพัฒนาน้องออทิสติกและเด็กพิเศษในพื้นที่ ให้พวกเขาสามารถดูแลตนเองและสามารถใช้ชีวิตในสังคมต่อไปได้

เวลาผ่านไป ป้าเย็นเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เวลานั้นท่านอายุ 63
ปัจจุบันท่านอายุ 71 ปี กล่าวว่า
“ป้าเย็นอายุมากแล้ว
หากป้าเย็นเป็นอะไรไปฝากน้องปลื้มด้วยนะ”
ในกลุ่มระดมความคิดโดยมีทางออก 2 ทาง
1.จัดตั้งมูลนิธิเพื่อรับเงินบริจาคเพื่อดูแลเด็กพิเศษ
2.สร้างธุรกิจ เพื่อความยั่งยืน (ทำยากและมีความเสี่ยง)
ทางกลุ่มปรึกษากันและเลือกทางออกที่ 2
คือสร้างธุรกิจ เพื่อความยั่งยืน
และตกลงกันว่า
เราจะ
”ผลิตน้ำยาล้างจานเพื่อจำหน่าย”

ธุรกิจแรกคือ “ผลิตน้ำยาล้างจาน” (เริ่ม 30 มกราคม พ.ศ. 2559)

ธุรกิจที่ 2 คือ “ผลิตน้ำพริก และเครื่องแกง”
(เริ่ม 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559)

ธุรกิจที่ 3 คือ “ผลิตตุ๊กตา และหมอน จากน้ำยางพารา”
(เริ่ม 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560)

ล้มอีกครั้ง

รวมหัวใจ หัวใจเป็นหนึ่ง

ธุรกิจที่ 4 คือ “ผลิตสบู่” (เริ่ม 28 มกราคม พ.ศ. 2561)

“ต่อยอดสบู่” ( 26 มกราคม พ.ศ. 2561)

สร้าง Brand 26 มีนาคม 2561

ระดมทุนจากแม่เด็กพิเศษ จากกลุ่มอาชีพ เป็น
บริษัท เด็กพิเศษ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด

วัตถุประสงค์
บริษัท เด็กพิเศษ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด

เพื่อตอบโจทย์ 2 ด้าน
1.ความยั่งยืนทางการเงิน (จากกำไร 70%) เพื่อให้กิจกรรมทางสังคมสามารถดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
2.เพื่อให้น้องออทิสติกและเด็กพิเศษ สามารถไปต่อได้ มีพื้นที่พัฒนาตนเอง สู่การมีงานทำ และรองรับ เมื่อผู้ปกครองเสียชีวิตหรือมีความจำเป็น ภายใต้ “AVAUTIS Community”
AVAUTIS Community คือ พื้นที่พัฒนาน้องออทิสติกเด็กพิเศษ (ที่สนับสนุนโดย ศูนย์บริการคนพิการ พม.) มีที่พักอาศัย มีงานทำ มีรายได้ มีอนาคตที่ดี มีสภาวะ แวดล้อมที่เหมาะสม เตรียมพร้อมออกสู่สังคม
“การเติบโตของ แบรนด์ AVAUTIS หมายถึง
“การเติบโตของน้องออทิสติกและเด็กพิเศษที่ยั่งยืนและมีอนาคตที่สดใส

ต่อยอดด้วย ผลิตภัณฑ์ SERUM ,CREAM ,HAND CREAM
21 พ.ค. 2562

ด้วย โครงการส่งเสริมให้บุคลากรวิจัยในสถาบันอุดมศึกษา
ไปปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถ ในการผลิตให้กับภาคอุตสาหกรรม (Pre-Talent Mobility) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ AVAUTIS นำทีมวิจัยโดย ผศ.สุรัติวดี ทั่งมั่งมี จากการสนับสนุนของ คณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยนำวัตถุดิบในพื้นถิ่น จังหวัดพังงา ที่มีความโดดเด่นและตอบโจทย์ลูกค้า

Scroll to Top